วัตถุประสงค์

บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (”บริษัทฯ”) ตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครอง และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลสำคัญอื่น ของผู้ที่เกี่ยวข้อง และ/หรือผู้ที่ทำธุรกรรมกับบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน และกรรมการของบริษัทฯ ซึ่งต้องมั่นใจได้ว่าปลอดภัย และมีช่องทางการเข้าถึงข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล จึงกำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยความระมัดระวัง และเป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขอบเขต

นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมทุกกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งแต่ช่องทาง การจัดเก็บข้อมูล ประเภทและรูปแบบของข้อมูลที่จัดเก็บ วัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ การแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวให้กับบุคคลอื่น ตลอดจนวิธีการที่บริษัทฯ ดำเนินการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ผู้ที่เกี่ยวข้อง และ/หรือ ผู้ที่ทำธุรกรรมกับบริษัทฯ ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้

นิยาม

“บริษัทฯ” หมายถึง บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งสามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม แต่ไม่รวมข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม

“เจ้าของข้อมูล” หมายถึง บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า ผู้จำหน่ายสินค้าหรือบริการ รวมไปถึงผู้ที่เข้าใช้เว็ปไซด์ หรือมีการติดต่อมายังบริษัทฯ เป็นต้น

“บุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดา

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคล หรือนิติบุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคล หรือนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ดำเนินการ หรือกระทำต่อข้อมูลส่วนบุคคล หรือชุดข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่ง หรือในนามผู้ควบคุมข้อมูล

(Data Protection Officer :DPO) ส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

“คุกกี้ (Cookies)” หมายถึง ไฟล์ข้อความที่ประกอบด้วยข้อมูลเล็กๆ จำนวนหนึ่งดาวน์โหลดลงในคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์ใดๆ เมื่อเข้าไปในเว็บไซต์ โดยคุกกี้จะถูกส่งกลับมายังเว็บไซต์ ที่จดจำคุกกี้ได้นั่นเอง คุกกี้มีประโยชน์ คือ ทำให้เว็บไซต์จดจำอุปกรณ์ที่ใช้ได้ และยังทำงานหลายหน้าที่ เช่น ทำให้เปิดหน้าเพจต่างๆ ได้ง่าย จดจำการเข้าใช้งาน และปรับปรุงการ ใช้งานของผู้เข้าเว็บไซต์ การบันทึก log ข้อมูล พฤติกรรมการใช้งาน สิ่งที่สนใจ จำนวนการเข้าใช้งาน เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายให้เราสามารถวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจ

1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ จะกระทำเพียงเท่าที่จำเป็น หรือเพื่อประโยชน์ ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมโดยต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลโดยชอบด้วยกฎหมายทราบก่อนและ/หรือในขณะที่ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล
  2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวม
  3. ประเภทของบุคคล หรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจถูกเปิดเผย
  4. ผลกระทบที่อาจเป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือสัญญา หรือเพื่อเข้าทำสัญญา
  5. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

1.1 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

  1. เจ้าของข้อมูลให้ไว้โดยตรงผ่านการกรอกแบบฟอร์มเอกสารต่างๆ แบบฟอร์มออนไลน์ ไดเร็กเมล ข้อมูลที่ ได้มาจากการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ หรือผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย
  2. เมื่อท่านติดต่อบริษัท หรือสมัครสมาชิกรับข่าวสาร ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่จะถูกเก็บรวบรวม ได้แก่
  3. เก็บรวบรวมข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ ซึ่งสามารถใช้ในการยืนยันตัวตนได้ ตามที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ เช่น ชื่อ-นามสกุล เพศ เลขประจำตัวประชน หมายเลขหนังสือเดินทาง รูปถ่าย วันเดือนปีเกิด สัญชาติ
  4. เก็บรวบรวมข้อมูลโดยอัตโนมัติผ่านการใช้คุกกี้ (Cookies) เมื่อมีการเข้าเว็บเบราว์เซอร์ (Browser) เพื่อใช้งานเว็บไซต์ ของบริษัทฯ
  5. รับข้อมูลจากหน่วยงานภายในบริษัทฯ หรือจากหน่วยงานภายนอก (“บุคคล” หรือ “นิติบุคคล”) เช่น การรับข้อมูลจากคู่ค้า หน่วยงานของรัฐ นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ เป็นต้น

1.2 รายละเอียดการเก็บข้อมูล โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

ลูกค้า

  1. ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด สถานภาพ ที่อยู่ ข้อมูลตามที่ระบุในบัตรประจำตัวประชาชน และ/หรือหนังสือเดินทาง (Passport) สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง ตำแหน่งงาน เบอร์โทรศัพท์ อีเมล รูปถ่าย และข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ที่ใช้ในการระบุตัวตน
  2. ข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ไว้เมื่อติดต่อกับบริษัทฯ ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อสินค้า และ/หรือบริการ เช่น ประวัติการซื้อสินค้า ประวัติการเคลมสินค้า ข้อร้องเรียน การสัมภาษณ์ หรือข้อมูลการเข้าเว็บเบราว์เซอร์ (Browser) และระบบต่างๆ พฤติกรรมการใช้งาน สถิติการเข้าระบบเวลาที่เยี่ยมชมระบบ ข้อมูลในการค้นหา ซึ่งเก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายกัน

คู่ค้า

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีการติดต่อ ขายสินค้า หรือให้บริการใดๆ กับบริษัทฯ เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ตำแหน่งงาน เบอร์โทรศัพท์ อีเมล นามบัตร รูปถ่าย และข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ที่ใช้ในการระบุตัวตน
  2. ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและการเงิน หมายเลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีอากรต่างๆ

ผู้ถือหุ้น และกรรมการ

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้น รวมถึงผู้รับมอบอำนาจ หรือผู้รับมอบฉันทะ เมื่อจองซื้อ หรือเป็นผู้ถือหุ้น ของบริษัทฯ เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ช่องทางการติดต่อ สัญชาติ อาชีพ วันเดือนปีเกิด เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขประจำตัวประชาชน เลขทะเบียนนิติบุคคล บัญชีธนาคาร จำนวนหุ้น เป็นต้น
  2. ข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการ และผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ โดยบริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคล จากเจ้าของข้อมูลโดยตรง รวมทั้งจากหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานที่กำกับดูแล ข้อมูลที่มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ
  3. ข้อมูลการรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการ และผู้บริหารของบริษัทฯ เช่น สถานะการสมรส ข้อมูลเกี่ยวกับ คู่สมรส/ผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา บุตร บิดามารดา พี่น้อง หมู่โลหิต หมายเลขบัญชีธนาคาร อีเมล ประวัติการศึกษา อาชีพ ประวัติการทำงาน การจัดอบรม กิจกรรม การเป็นกรรมการหรือมีตำแหน่งในบริษัท หรือกิจการอื่น ค่าตอบแทนกรรมการ การเข้าประชุมคณะกรรมการบริษัท และ/หรือคณะกรรมการชุดย่อย และ/หรือการประชุมผู้ถือหุ้น ข้อมูลการถือหลักทรัพย์ ผลการปฏิบัติงานของกรรมการ และข้อมูลอื่นใด ตามที่กฎหมาย ข้อบังคับ หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้
  4. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเพิ่มเติม จากการเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ กับบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ จะขอความยินยอมก่อน และ/หรือในขณะที่ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ตามแต่กรณ

1.3 ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เพียงในระยะเวลาที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามประเภทข้อมูล ส่วนบุคคลแต่ละประเภท เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตให้มีระยะเวลาการเก็บรักษาที่นานขึ้น และในกรณีที่ไม่สามารถระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี)

2. การใช้ การเปิดเผยการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล

การใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งต่อเจ้าของข้อมูลทั้งก่อน และ/หรือในขณะทำการเก็บข้อมูล หรือเพื่อประโยชน์ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่ กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งได้รับข้อมูลส่วนบุคคลตามความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล รวมถึง ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ ซึ่งเจ้าของข้อมูลได้ตกลงยินยอมไว้กับบริษัทฯ และตามที่เจ้าของข้อมูลนั้นได้แจ้งไว้กับบริษัทฯ เท่านั้น ซึ่งบริษัทฯ จะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลอย่างเหมาะสมและดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ

ทั้งนี้สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่ได้มาจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง บริษัทฯ จะแจ้ง การจัดเก็บให้เจ้าของข้อมูลทราบ ภายในระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่มีการเก็บข้อมูล

วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูล ก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญา เช่น เพื่อการขายสินค้า และ/หรือบริการให้แก่ท่าน หรือปฏิบัติตามสัญญาใดๆ ซึ่งรวมถึงการจัดส่งสินค้า การดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีและการเงิน การบริการหลังการขาย การคืนสินค้า และดำเนินการใดๆ เพื่อให้ท่านได้รับสินค้า และ/หรือบริการ หรือตามที่เจ้าของข้อมูลร้องขอ
  2. เพื่อดำเนินการทางการตลาด และวิเคราะห์ข้อมูล (Marketing and Data Analysis) เช่น การแจ้งข่าวสาร และสิทธิประโยชน์ ผ่านทางอีเมล แอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดีย โทรศัพท์ ไดเร็กเมล รวมถึง เพื่อประโยชน์ในการวิจัยทางการตลาด รวมถึงการบริหารจัดการ และพัฒนาสินค้า และ/หรือบริการ (รวมถึงเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน) เช่น ทำแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ เป็นต้น
  3. เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของคู่ค้าก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามสัญญาสัญญาระหว่างคู่ค้ากับบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการจัดซื้อ จัดจ้าง ตรวจรับ ชำระ ค่าสินค้าและบริการ ตรวจสอบ และประเมินการทำงานตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในใบสั่งซื้อ หรือสัญญา หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
  4. เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การบริหารจัดการบริษัท (เช่น การเริ่มตั้ง การเพิ่มทุน ลดทุน การปรับโครงสร้างกิจการ การเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) การประชุมผู้ถือหุ้น การสรรหาและคัดเลือกกรรมการ การประชุมคณะกรรมการบริษัท การจัดการเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้น การจ่ายเงินปันผล หรือผลประโยชน์อื่นใด ที่อาจได้รับ การจัดทำบัญชีและรายงาน การตรวจสอบเอกสารตามกฎหมาย การจัดส่งเอกสารหรือหนังสือต่างๆ รวมถึงหน้าที่ตามกฎหมายต่างๆ ของการเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือบริษัทที่จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามแต่กรณี
  5. เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลอื่น เช่น การบริหารจัดการบริษัท การบันทึกภาพหรือเสียงการประชุม การรักษาความปลอดภัย การจัดกิจกรรม หรือการส่งข่าวสารหรือข้อเสนอใดๆ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น หรือกรรมการ รวมถึงเพื่อใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย
  6. เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย กฏระเบียบ และคำสั่งของผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมาย
  7. เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัทฯ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้
  8. เพื่อการแจ้งข่าวสาร และสิทธิประโยชน์ผ่านทาง หนังสือ อีเมล แอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดีย โทรศัพท์ และไดเร็กเมล
  9. เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย

3. คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บไว้นั้น ต้องถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และต้องจัดให้มีช่องทางสำหรับเจ้าของข้อมูล เพื่อสามารถร้องขอ หรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

4. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย

บริษัทฯ มีการกำหนดนโยบาย คู่มือ และมาตรการในการบริหารจัดการ (Organizational Measure) รวมถึงมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measure) ในการเก็บรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยมิได้รับอนุญาต การแก้ไขดัดแปลงข้อมูล หรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะมีการทบทวน และปรับปรุงนโยบาย คู่มือ และมาตรการที่กล่าวมาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเลือกผู้ให้บริการจากภายนอก เพื่อดำเนินการแทน หรือการใช้บริการรับฝากข้อมูลบริษัทฯ จะทำการคัดเลือกผู้ให้บริการจากภายนอกที่มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่ากฎหมายกำหนด และจัดให้มีการทำสัญญารักษาความลับกับบริษัทฯ

5. ความรับผิดชอบของบุคคล

บริษัทฯ กำหนดให้พนักงาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ต้องให้ความสำคัญ และรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบาย และแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ อย่างเคร่งครัด โดยมีคณะทำงานด้านการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลภายในองค์กร ทำหน้าที่กำกับดูแลภาพรวม ตามนโยบายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล

6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 สิทธิในการถอนความยินยอม ภายใต้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในระยะเวลาใด ก็ได้โดยติดต่อผ่านช่องทางการติดต่อบริษัทฯ ซึ่งระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ ทั้งนี้ การถอนความยินยอม อาจทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วน หรือทั้งหมดได้ตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้

6.2 สิทธิในการขอเข้าถึง ขอสำเนา ขอแก้ไข หรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคล ที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ ให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

6.3 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม การใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมไปถึงระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ในบางกรณี ตราบเท่าที่กฎหมายกำหนดไว้

6.4 สิทธิในการขอให้ลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ในบางกรณี ตราบเท่าที่กฎหมายกำหนดไว้

6.5 สิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัทฯ หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างของบริษัทฯ หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะดำเนินการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูล ตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลข้างต้น ภายในระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง โดยการร้องขอดังกล่าวต้องไม่เป็นการขัด หรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร กระทบต่อเศรษฐกิจและการพาณิชย์ของประเทศ มีผลต่อการสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมาย หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล หรือกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น

7. ช่องทางการติดต่อเรา

บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 414/25 ซอยพัฒนาการ 1 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา
กรุงเทพมหานคร 10120
โทรศัพท์ 02 295 4255
โทรสาร 02 683 6548

8. บทกำหนดโทษ

ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามหน้าที่ของตน หากละเลย หรือละเว้น ไม่สั่งการหรือ ไม่ดำเนินการ หรือสั่งการ หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในหน้าที่ของตน อันเป็นการฝืนนโยบาย และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล จนเป็นเหตุให้เกิดความผิดตามกฎหมาย และ/หรือความเสียหายขึ้น ผู้นั้นต้องได้รับโทษทางวินัย ตามระเบียบของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะไม่ประนีประนอมให้กับความผิดใดๆ ที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบได้กระทำขึ้น และผู้นั้น ต้องได้รับโทษทางกฎหมายตามความผิดที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ หากความผิดดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ และ/หรือบุคคลอื่นใด บริษัทฯ อาจพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป

9. การทบทวนนโยบาย

บริษัทฯ จะทำการทบทวนนโยบายฉบับนี้ เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และ/หรือกรณีที่กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข