มิติสังคม
- ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานให้เท่ากับศูนย์
- ฝึกอบรมด้านความความปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากการทำงาน
ในปี 2568 บริษัทมีผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด โดยไม่พบกรณีการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน และไม่มีกรณีการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงาน ส่งผลให้อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน และอัตราการเสียชีวิตจากการทำงาน เท่ากับศูนย์
เพื่อสนับสนุนเป้าหมายและกลยุทธ์ด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน บริษัทมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ การลดความเสี่ยง และการสร้างพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ รวมถึงจัดให้มีสวัสดิการที่เอื้อต่อสุขภาวะและความปลอดภัยของพนักงาน ดังนี้
1. ด้านความปลอดภัย
การอบรมดับเพลิงขั้นต้นและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ
บริษัทให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย เสริมสร้างการฝึกอบรมดับเพลิงและซ้อมอพยพหนีไฟเป็นประจำทุกปี เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัยเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
2. ด้านอาชีวอนามัย
การตรวจสุขภาพประจำปี
บริษัทมีสวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่พนักงานทั้งสำนักงานใหญ่และสาขาต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยที่ดีของพนักงาน ตลอดจนสนับสนุนประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
3. ด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน
การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสำนักงาน
บริษัทมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสำนักงาน โดยจัดวางต้นไม้ตามจุดต่างๆ ในพื้นที่อาคาร เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี เพิ่มความผ่อนคลาย และสะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการดำเนินงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พื้นที่นันทนการ
บริษัทมีพื้นที่นันทนาการสำหรับพนักงาน เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดี ช่วยลดความตึงเครียด สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากร และสนับสนุนบรรยากาศการทำงานที่ดีในองค์กร
Co-Working Space
บริษัทจัดสรรพื้นที่ Co-Working Space เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน ตลอดจนสร้างบรรยากาศการทำงานที่ยืดหยุ่นภายในองค์กร
- ไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายหรือข้อบังคับด้านสังคมและสิทธิมุนษยชน
- ไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายหรือข้อบังคับด้านสังคมและสิทธิมุนษยชน
การจัดการด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของหลักปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และเคารพความแตกต่างของบุคคลโดยส่งเสริมให้เกิดความเคารพต่อสิทธิในการปกป้องคุ้มครองและเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในทุกระดับ โดยไม่แบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อและวัฒนธรรม อายุ หรือข้อจำกัดทางร่างกาย นอกจากนี้บริษัทได้นำหลักปฏิบัติกล่าวไปใช้ในการบริหารงานบุคคลอย่างเคร่งครัดตั้งแต่กระบวนการสรรหาพนักงาน การเติบโตในวิชาชีพ การพัฒนาพนักงาน และการประเมินผลงานและค่าตอบแทน
นอกจากนี้ บริษัทยังใส่ใจเกี่ยวกับประเด็นความหลากหลายของพนักงานโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเสมอภาคทางเพศ หรือ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ (Gender Equality) รวมถึงพนักงานทุพพลภาพ พนักงานทุกคนได้รับโอกาสเท่าเทียมกันในการเติบโตก้าวหน้าในองค์กร
- ไม่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิแรงงาน
- พัฒนาบุคลากรโดยมุ่งเน้นการยกระดับพัฒนาทักษะความรู้ในงานปัจจุบันที่รับผิดชอบ และสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นในการทำงาน (Upskills - Reskills)
- บริษัทมีนโยบายสิทธิมนุษยชนและแรงงาน
- ฝึกอบรม พัฒนาทักษะที่จำเป็นในการทำงานให้แก่บุคลากร
ในปี 2568 บริษัทไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิแรงงานและมีการจัดฝึกอบรมให้แก่พนักงาน เฉลี่ย 7.54 ชั่วโมงต่อคนต่อปี ครอบคลุมทั้งด้านทักษะวิชาชีพ ความปลอดภัยในการทำงาน และจริยธรรมทางธุรกิจ รวมถึงพนักงานใหม่ทุกคนได้รับการอบรมปฐมนิเทศก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
1. การสรรหาบุคลากร
บริษัทตระหนักถึงการรักษาและพัฒนาพนักงานที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กร โดยให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพพนักงานให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ดูแลพนักงานอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และบริหารค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม
2. การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพบุคลากร
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจ สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี และส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ทั้งนี้บริษัทจึงกำหนดแนวทางการพัฒนาบุคลากร โดยมุ่งเน้นยกระดับทักษะ ความรู้ในงานที่รับผิดชอบควบคู่กับการพัฒนาทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงาน (Upskill – Reskill) ให้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของธุรกิจ
3. การจูงใจและรักษาพนักงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาพนักงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตขององค์กร โดยกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและอ้างอิงตามผลสำเร็จของการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปใช้พิจารณากำหนดค่าตอบแทน และวางแผนการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน บริษัทมีแผนสร้างแรงจูงใจและรักษาพนักงาน ผ่านการสำรวจความพึงพอใจหรือความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร และนำผลการสำรวจไปปรับปรุงและยกระดับคุณภาพการดูแลพนักงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและดูแลพนักงานอย่างต่อเนื่อง
4. การวางแผนการสรรหาและพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงานสำคัญ
บริษัทได้มีการกำหนดนโยบายการวางแผนและพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่ง ส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ผ่านกระบวนการที่หลากหลาย อาทิ สอนงาน ฝึกอบรม มอบหมายงานและให้คำแนะนำต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการประเมินและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรมีทักษะและศักยภาพที่เหมาะสมกับพันธกิจและวิสัยทัศน์ขององค์กร เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินกิจการและเตรียมความพร้อมการเป็นผู้บริหารในอนาคต
- พัฒนา และขับเคลื่อนสังคมผ่านกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ เพื่อสร้างชุมชนและสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน
- สร้างจิตสำนึก และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ร่วมสร้างชุมชน และสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน
- ขยายผลการดำเนินกิจกรรม และโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้ชุมชน และสังคมให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น
บริษัทดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อสังคมครอบคลุมในหลายมิติ อาทิ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน สนับสนุนด้านการศึกษา รวมถึงสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรมและความรับผิดชอบที่ดีต่อสังคม
บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียม เคารพความหลากหลาย สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านแนวทางบริหารการจัดการ ดังนี้
1. การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงชุมชนและสังคม ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียหลัก
บริษัทส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยการนำแนวทางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) มาใช้เป็นกรอบในการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมและโครงการเพื่อสังคมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
2. การดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง
บริษัทส่งเสริมให้สังคมน่าอยู่และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินโครงการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ อาทิ โครงการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการด้านสังคม อาทิโครงการร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สิงห์อาสา เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตชุมชน และสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น
- สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจ อันนำไปสู่การดำเนินธุรกิจตามแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
- สื่อสารผ่านกิจกรรม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องเข้าใจในแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อไปสู่การดำเนินธุรกิจตามแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
บริษัทดำเนินโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ การเข้าร่วมกิจกรรม CSR เพื่อชุมชน สังคม สื่อสารกับผู้ถือหุ้นอย่างโปร่งใส มีช่องทางรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและสื่อสารสาวข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆผ่านเว็บไซต์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุม โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
บริษัทตระหนักถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ซึ่งเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนตั้งแต่การจัดหาออกแบบวิจัย/พัฒนา การจัดซื้อ/จัดหา การผลิต การจัดเก็บ การขนส่ง และการบริหารความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสีย ในการสร้างเสริมผลการดำเนินงานของบริษัท โดยส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและดูแลผู้มีส่วนได้เสียตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียของบริษัททั้ง 8 กลุ่ม ได้แก่ 1) ภาครัฐ 2) คู่ค้า 3) ลูกค้า 4) พนักงาน 5) ผู้ถือหุ้น 6) ชุมชนและสังคม 7) สื่อมวลชน และ 8) คู่แข่งทางการค้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ภาครัฐ: คณะกรรมการบริษัทดำเนินธุรกิจโดยปฏิบัติตามกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแลและภาครัฐ โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
2. คู่ค้า: คณะกรรมการบริษัทปฏิบัติต่อคู่ค้าด้วยความเสมอภาคและคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
3. ลูกค้า: คณะกรรมการบริษัทตระหนักว่าความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าเป็นกุญแจสำคัญ อันนำไปสู่ความสำเร็จของบริษัทอย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
4. พนักงาน: คณะกรรมการบริษัทถือว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่มีค่าและเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของบริษัท โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
5. ผู้ถือหุ้น: คณะกรรมการบริษัทปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี ให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีแนวทางปฎิบัติ ดังนี้
6. ชุมชนและสังคม: คณะกรรมการบริษัทดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหน้าที่และความรับผิดชอบที่พึงมีต่อประเทศชาติ ชุมชน และสังคม ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งสังคมและส่วนรวมที่ดี โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
7. สื่อมวลชน: คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อสื่อมวลชนในฐานะช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและผลการดำเนินงานที่สำคัญของบริษัท เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ในการดำเนินธุรกิจ โดยมีแนวปฏิบัติในการสื่อสารอย่างเหมาะสม ดังนี้
8. คู่แข่งทางการค้า: คณะกรรมการบริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้บทบัญญัติกฎหมาย โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้