การบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“SVT”) ตระหนักถึงดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงกำหนดแนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อป้องกัน ลด และควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนและสังคม
แนวทางบริหารจัดการ
บริษัทฯ กำหนดแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมโดยสอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและจัดให้มีแนวทางในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ประกอบไปด้วย
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
พลังงานสะอาดและ
เข้าถึงได้
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร วางแผนการดำเนินงานและจัดเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท (Reducing Environmental Footprint) รวมถึงมีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีการควบคุมลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจที่อาจส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือการลดของเสียและขยะ เป็นต้น สนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร รวมถึงการสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อปรับตัวให้พร้อมรับมือกับบริบทของการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม (Environmental Business Resilience)

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับทั้งกระบวนการผลิต การจัดการคลังสินค้า และการจำหน่ายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน / ผู้บริหาร
มีส่วนร่วมโดยตรงในกิจกรรม วัฒนธรรมองค์กร และการปฏิบัติ ตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม
คู่ค้า / ซัพพลายเออร์
ปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายสิ่งแวดล้อมของบริษัท และเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานสีเขียว
ชุมชนและสังคม
ได้รับผลกระทบเชิงบวกในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ภาครัฐ
กำกับ ดูแล และกำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม
ความหลากหลายทางชีวภาพ

ปัจจุบัน ความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“SVT”) ตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
สุขภาพและความเป็นอยู่
ที่ดี
น้ำสะอาดและสุขาภิบาล
การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล
การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก
แนวทางบริหารจัดการ

ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นประเด็นที่มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อบริษัท แม้กิจกรรมหลักของบริษัทจะเน้นการกระจายสินค้า แต่การดำเนินธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานของบริษัทนั้น อาจส่งผลกระทบต่อทั้งระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ บริษัทจึงได้จัดให้มีระบบการบริหารจัดการทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบเชิงลบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่มีต่อธรรมชาติ และเพิ่มผลกระทบเชิงบวกผ่านการดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท เช่น “กิจกรรม CSR สนับสนุนนาข้าวลดโลกร้อน” เป็นโครงการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งมุ่งส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเกษตร ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทยังมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพภายในบริษัท เพื่อดําเนินธุรกิจและรักษาสมดุลของธรรมชาติอย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมกับความสําคัญกับการฟื้นฟูอนุรักษ์ระบบนิเวศและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพให้มีความสมบูรณ์ให้สอดคล้องตามหลักการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน / ผู้บริหาร
ปฏิบัติตามแนวทางการบริหารจัดการทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
สังคมและชุมชน
ได้รับประโยชน์จากการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
ภาครัฐ
  • ดูแลการอนุรักษ์พื้นที่คุ้มครองและระบบนิเวศ
  • กำกับ ดูแล และกำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง ที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม โดยมีปัจจัยหลักจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ ทั้งภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และการใช้ทรัพยากรต่างๆ บริษัทจึงตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าว มุ่งเน้นการประเมินและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินงาน อาทิ การบริหารจัดการเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและระบบโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดการใช้ทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว
เป้าหมาย
รายงานและเปิดเผยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทฯ 100%
กลยุทธ์
  • คำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ ในพื้นที่ที่บริษัทฯ มีอำนาจในการควบคุมการบริหาร
  • เพิ่มประสิทธิภาพและบริหารจัดการกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ในปี 2568 บริษัทได้รวบรวมข้อมูลและคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามขอบเขตการดำเนินงานในพื้นที่สำนักงานใหญ่ โรงงานและสาขา จำนวน 16 แห่ง พบว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1) เท่ากับ 1,124 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานไฟฟ้า (Scope 2) เท่ากับ 551 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ (Scope 3) เท่ากับ 93 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
สุขภาพและความเป็นอยู่
ที่ดี
พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้
โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางบริหารจัดการ
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่สนับสนุนการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) จึงมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบเชิงลบที่อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการใช้สารทำความเย็นในเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติชนิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และการลดการใช้พลังงานในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ โดยมีรายละเอียดดังนี้
การใช้สารทำความเย็นชนิดที่ลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน

สารทำความเย็นนับว่าเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีความสามารถในการกักเก็บสะสมความร้อนสูงกว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ในช่วงร้อยเท่าจนถึงหมื่นเท่าโดยวัดจากค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming Potential หรือ GWP) ดังนั้น การเลือกใช้เทคโนโลยีการทำความเย็นและสารทำความเย็นที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้เริ่มดำเนินการปรับเปลี่ยนตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติจากเดิมที่ใช้สารทำความเย็นชนิด R 12 และ R 22 ซึ่งมีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนประมาณ 10,900 และ 1,810 เท่าตามลำดับ มาเป็นสารทำความเย็นชนิด R 134a ซึ่งมีค่า GWP ลดลงเหลือประมาณ 1,430 เท่า นับเป็นก้าวแรกในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ บริษัทได้เริ่มนำตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติรุ่นใหม่ที่ใช้สารทำความเย็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ได้แก่ R 600a, R 1234yf และ R 290 ซึ่งมีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือประมาณ 3 และน้อยกว่า < 1 เท่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรการใช้งานของตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และสอดคล้องกับแนวโน้มมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัทมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่ใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน การบำรุงรักษาระบบทำความเย็นอย่างเหมาะสม และการควบคุมการรั่วไหลของสารทำความเย็น เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนในระยะยาว

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดการใช้พลังงาน
นอกเหนือจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสารทำความเย็น แนวปฏิบัติด้านการจัดการด้านพลังงานยังเป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีมาตรการที่สำคัญอันประกอบไปด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดการใช้พลังงานในเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ การลดการใช้พลังงานในการขนส่ง และการลดการใช้พลังงานในโรงงานประกอบเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะจัดให้มีการทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในรอบปีและบริษัทยังอยู่ในระหว่างการวางแผนเพื่อที่จะกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต 1 และ 2 ในอนาคตอีกด้วย
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน
มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยคาร์บอนภายในองค์กร
คู่ค้า
มีส่วนร่วมในการใช้วัตถุดิบและพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ลูกค้า
สนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ชุมชนและสังคม
ได้รับประโยชน์จากโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการลดมลพิษ
ภาครัฐ
กำกับดูแลและสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
การจัดการพลังงาน

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการลดการใช้พลังงานและใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด และอยู่ในระหว่างการพิจารณาตั้งเป้าหมายการลดการใช้พลังงานจากปีฐาน รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้กับผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงาน ทั้งนี้บริษัทได้ใช้มาตรการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อการจัดการพลังงานที่ยั่งยืน

เป้าหมาย
  1. อัตราการบริโภคน้ำมันของรถ 1 คัน ลดลง 5% ภายในปี 2568
  2. ลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าโรงงาน สำนักงานและสาขา ลดลง 10% ภายใน 3 ปี
  3. เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) สำหรับยานพาหนะขององค์กรไม่น้อยกว่า 5 คัน ภายใน 3 ปี
กลยุทธ์
  1. ปลูกจิตสำนึก และส่งเสริมในการอนุรักษ์พลังงานให้แก่พนักงาน
  2. ใช้พลังจากไฟฟ้าที่ผลิตจาก Solar Rooftop เพื่อลดค่าใช้จ่าย และก๊าซเรือนกระจก
  3. มีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้คู่ค้าอนุรักษ์พลังงานร่วมกัน
  4. ศึกษาเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น เพื่อนำมาปรับใช้ในการดำเนินงานของบริษัทฯ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

ปี 2568 ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในสำนักงานใหญ่ได้ถึง 69,171.23หน่วย (kWh)

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
พลังงานสะอาดและเข้าถึงได้
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แนวทางบริหารจัดการ

การเพิ่มประสิทธิภาพ/การลดการใช้พลังงานในเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในการเพิ่มสัดส่วนการใช้งานเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติชนิดประหยัดพลังงาน ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องจำหน่ายสินค้ายี่ห้อ TCN ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องจำหน่ายสินค้าใหญ่รายใหญ่ของประเทศจีนที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการออกแบบ การพัฒนาและการผลิตเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่มีคุณภาพสูงที่มีจุดเด่นด้านความคงทนและประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดหาเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติรุ่นใหม่ๆ และเป็นแบรนด์ชั้นนำจากหลายประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งนี้ เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติดังกล่าวมีคุณลักษณะสำคัญด้านการอนุรักษ์พลังงานที่โดดเด่น คือการพัฒนาระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูงขึ้นเพื่อใช้เฉพาะกับเครื่องจำหน่ายสินค้า ซึ่งเป็น Compressor ที่ใช้พลังงานต่ำเมื่อเทียบกับตู้เย็นตู้ที่มีระบบทำความเย็นอื่นๆ หรือแม้แต่ในเครื่องจำหน่ายสินค้าด้วยกันเอง

การลดการใช้พลังงานในการขนส่ง

บริษัทตระหนักดีถึงกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจที่ใช้พลังงานสูงอันเกิดจากการใช้เชื้อเพลิงในการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการกระจายสินค้าเพื่อบริโภคหรือการขนส่งตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเพื่อการติดตั้งและซ่อมบำรุง ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงได้กำหนดแนวทางการลดการใช้พลังงาน โดยมุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ (Smart system) ของเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้สามารถรับส่งข้อมูลการขาย ข้อมูลการโหลดสินค้า เพื่อให้มีการบริหารจัดการระบบคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังส่งเสริมให้มีการหมุนเวียนชิ้นส่วนในการซ่อมบำรุงที่แต่ละสาขากลับมาใช้ประโยชน์สูงสุด เพื่อลดการขนส่งตู้กลับมาซ่อมบำรุงที่โรงงานซึ่งเป็นการช่วยลดพลังงานในการขนส่งอีกทางหนึ่ง

การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในอาคารสำนักงาน

บริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงโอกาสในการลดการใช้พลังงานในองค์กร ผ่านโครงการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในระบบแสงสว่าง โดยการเปลี่ยนชนิดหลอดไฟจากฟลูออเรสเซนต์เป็น LED รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมอนุรักษ์พลังงาน จากการกำหนดช่วงเวลาปิดการใช้งานของระบบแสงสว่างในเวลาพักกลางวันของพนักงาน นอกจากนี้บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการในการนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้มีการใช้พลังงานภายในอาคารสำนักงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างโครงการที่โดดเด่นได้แก่ การติดตั้งระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง มีการควบคุมการปิดเปิดอัตโนมัติ การติดตั้งฟิลม์กรองแสงกันรังสี UV ซึ่งสามารถลดความร้อนเข้ามาในตัวอาคาร การติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้กับระบบแสงสว่างภายในอาคาร และในอนาคต บริษัทฯ มีโครงการที่จะติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างถาวรและยั่งยืน

การลดการใช้พลังงานในโรงงานประกอบเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

บริษัทมุ่งมั่นที่จะลดการใช้พลังงานควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนพัฒนาระบบการวิเคราะห์การใช้พลังงานทั้งวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางของกระบวนการผลิต และแสวงหาโอกาสที่จะปรับปรุงการใช้พลังงานของบริษัท ด้วยการพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต

การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน

เพื่อเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้กับโรงงานและอาคารสำนักงานใหญ่ และ มีแผนที่จะติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในทุกสาขา

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน / ผู้บริหาร
  • มีบทบาทในการใช้พลังงานภายในองค์กร เช่น การใช้อุปกรณ์สำนักงาน การเปิด-ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ
  • มีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงาน และเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน
ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
  • มีความสนใจการบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรและความยั่งยืนของธุรกิจ
  • ให้ความสำคัญกับการจัดการพลังงานในกรอบของ ESG
ลูกค้า/ผู้บริโภค และคู่ค้า
คาดหวังให้บริษัทมีการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การบริหารจัดการน้ำ

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้น้ำของบริษัทจำกัดอยู่เฉพาะเพื่อการอุปโภคบริโภคภายในอาคารสำนักงาน โรงงาน และคลังสินค้าเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทไม่มีการใช้น้ำในกระบวนการผลิตแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี บริษัทตระหนักว่าทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจในทุกพื้นที่ที่บริษัทประกอบกิจการ จึงได้กำหนดแนวทางส่งเสริมและรณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ลดการสูญเสียโดยไม่จำเป็น และสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

เป้าหมาย
ภายในปี 2570 ลดปริมาณการใช้น้ำลง 20% จากปีฐาน
กลยุทธ์
  1. ส่งเสริมการรณรงค์ให้ผู้บริหาร พนักงานภายในบริษัทใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ลดการใช้น้ำเกินความจำเป็น
  2. ตรวจวัดสอบระบบท่อประปาภายในอาคารอย่างสม่ำเสมอ
  3. ร่วมมือกับพันธมิตรในการทำกิจกรรมในด้านการบริหารจัดการน้ำ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
น้ำสะอาดและสุขาภิบาล
พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน / ผู้บริหาร
ปฏิบัติตามแนวทางการลด
และการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
ให้ความสนใจกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนในกรอบ ESG
ลูกค้า/ผู้บริโภค
และคู่ค้า
ให้ความร่วมมือกับบริษัทในแนวทางการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สังคม และชุมชน
ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการบริหารจัดการน้ำ
การจัดการขยะ ของเสีย
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของเสียและขยะอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Resource Efficiency) ทั้งนี้หลักปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจคือ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) โดยการนำวัตถุดิบและของเหลือใช้หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในตลอดห่วงโซ่อุปทาน
เป้าหมาย
  • ลดการใช้กระดาษ (Paperless) ภายในองค์กร
  • มีระบบจัดแยกขยะตามประเภทอย่างชัดเจน
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

การลดของเสียจากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

เนื่องจากธุรกิจของบริษัทมีความเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก จึงอาจมีอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เหลือใช้จากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติทั้งจากขั้นตอนการผลิตและการซ่อมบำรุง บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการนำอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำชิ้นส่วนที่คงสภาพสมบูรณ์มาหมุนเวียนใช้งานและเป็นอะไหล่ซ่อมแซม โดยบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการปรับปรุงสภาพและประกอบให้การทำงานของเครื่องให้มีประสิทธิภาพ สามารถยืดระยะเวลาการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังมีการฝึกอบรมให้แต่ละสาขาสามารถแก้ไขการทำงานของเครื่องหากมีปัญหาได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องส่งกลับโรงงานอีกด้วย

การจัดการขยะอุตสาหกรรม

ในส่วนของขยะอุตสาหกรรมจากกระบวนการผลิตที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้นั้น บริษัทมุ่งเน้นปฏิบัติตามข้อบังคับใช้มาตรการการกำจัดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับกฎหมายและแนวปฏิบัติของกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเคร่งครัด ในปัจจุบัน บริษัทว่าจ้างผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญในการกำจัดขยะอุตสาหกรรมแบบครบวงจร คือ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) เพื่อนำขยะใยแก้ว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ ออกจากโรงงานไปกำจัดอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน

การจัดการมลพิษทางอากาศ

บริษัทให้ความสำคัญต่อการควบคุมมลพิษทางอากาศตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อสนับสนุนหลักอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมในการทำงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท ตระหนักถึงมลพิษที่อาจเกิดจากกระบวนการผลิตของบริษัท อันได้แก่ สารเคมีจากกระบวนการพ่นสีฝุ่น สีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติในการควบคุมและตรวจมลพิษทางอากาศเป็นประจำทุกปี ตามมารตรฐานเรื่องขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอัตรายตามประกาศกรมสวิสดิการและการคุ้มครองแรงงาน (พ.ศ. 2560)

การคัดแยกขยะให้ถูกวิธี

บริษัท ตระหนักถึงผลกระทบที่รุนแรงของปัญหาขยะต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนและความแปรปรวนของสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น การจัดการขยะอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม

บริษัท จึงให้ความสำคัญกับการคัดแยกขยะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการลดปริมาณขยะที่ถูกฝังกลบ ส่งเสริมการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการย่อยสลายของขยะ นอกจากนี้ การคัดแยกขยะยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้อีกด้วย

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
สุขภาพและความเป็นอยู่
ที่ดี
อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางบริหารจัดการ

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการกำหนดแนวทางในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างชัดเจน แยกตามประเภทของขยะ เช่น ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะอินทรีย์ เพื่อให้สามารถจัดการและกำจัดได้อย่างเหมาะสม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ บริษัทได้ส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการคัดแยกและลดปริมาณขยะ พร้อมทั้งกำหนดขั้นตอนการรวบรวม ขนย้าย และกำจัดขยะโดยผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตและมีมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการขยะเป็นไปอย่างปลอดภัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ บริษัทมุ่งหวังให้การบริหารจัดการขยะเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน
  • มีบทบาทหลักในการลดและคัดแยกขยะ
  • ได้รับการส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและวินัยในการจัดการของเสีย
ชุมชนและสังคม
  • ได้รับประโยชน์ และมีส่วนร่วมจากการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ได้รับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น
คู่ค้า
มีส่วนร่วม และร่วมเป็นพันธมิตรในการอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม
ภาครัฐ
กำกับดูแล และตรวจสอบมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสีย
บัญชีค่าใช้จ่ายในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใสและเป็นระบบ เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ครอบคลุมทั้งการดำเนินโครงการด้านการอนุรักษ์ การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว