มิติบรรษัทภิบาล
คณะกรรมการบริษัทได้จัดทำ “คู่มือหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี” และ “จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ” ให้สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (Corporate Governance Code : CG Code) ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจสำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท และคณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายให้มีการทบทวนคู่มือหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและแนวปฏิบัติเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจเกิดจากการดำเนินธุรกิจ สภาพแวดล้อม สถานการณ์หรือกฎหมาย
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้คณะกรรมการบรรษ้ทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีระเบียบวาระประจำเพื่อติดตามการปฏิบัติตามคู่มือหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและแนวปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งกำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์หลักการต่าง ๆ แสดงให้สาธารณชนรับทราบผ่านเว็บไซต์บริษัท (www.sunvending.co.th) ภายใต้หัวข้อ “การกำกับดูแลกิจการ : นโยบายการกำกับดูแลกิจการ” ทั้งนี้ “หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี” ประกอบไปด้วย
หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี 8 หลักปฏิบัติ
- หลักปฏิบัติที่ 1 ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน
- หลักปฏิบัติที่ 2 กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน
- หลักปฏิบัติที่ 3 เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล
- หลักปฏิบัติที่ 4 สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร
- หลักปฏิบัติที่ 5 การส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
- หลักปฏิบัติที่ 6 ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม
- หลักปฏิบัติที่ 7 รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล
- หลักปฏิบัติที่ 8 สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น
บริษัท ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง และเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้บริษัท ฯ สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ฝ่ายบริหารและพนักงานของบริษัทฯ มีความตระหนักถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ดังนี้
1) การกำกับดูแลกิจการและวัฒนธรรมองค์กร
คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีหน้าที่กำหนดนโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมและลดผลกระทบจากความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยั่งยืน
2) กลยุทธ์และวัตถุประสงค์
คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน วิเคราะห์บริบททางธุรกิจ กำหนดแนวทางและประเมินความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัท โดยผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทก่อนนำแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติ
3) เป้าหมายผลการดำเนินงาน
คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ติดตาม ดูแล เพื่อพิจารณาภาพรวมปัจจัยและระดับความเสี่ยงที่มีสาระสำคัญต่อการดำเนินงานและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
4) การทบทวนและปรับปรุง
คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน พิจารณาทบทวนนโยบายและมาตรการการบริหารความเสี่ยง เป็นประจำต่อเนื่องทุกปี
5) สารสนเทศการสื่อสารและการรายงาน
คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริหารด้านความเสี่ยงเป็นประจำ รวมถึงเปิดเผยผลการดำเนินงานผ่านรายงานประจำปี
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร จึงได้มีการพิจารณาและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยสรุปประเด็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ ที่ต้องติดตามการดำเนินงานเพื่อจัดการความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด แบ่งกลุ่มความเสี่ยงออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
1. ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ (Business Risk)
บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงปัจจัยภายนอกและภายใน ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
2. ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ESG Risk (Environmental, Social, and Governance: ESG)
บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล อาทิ การใช้ทรัพยากรและพลังงาน การจัดการของเสียและบรรจุภัณฑ์ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG อย่างเป็นระบบเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในด้านการดำเนินงาน การเงิน และการกำกับดูแล โดยกำหนดอำนาจอนุมัติและแบ่งแยกหน้าที่อย่างชัดเจน พร้อมมอบหมายให้สำนักตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะอย่างเป็นอิสระ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้สำนักตรวจสอบภายในรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่สอบทานความเหมาะสมและประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายใน พร้อมทั้งทบทวนและกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยง รวมถึงให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าและความผิดปกติที่มีนัยสำคัญ
ระบบการควบคุมภายในของบริษัท
- การควบคุมภายในองค์กร
- การประเมินความเสี่ยง
- การควบคุมการปฏิบัติงาน
- ระบบสารสนเทศและการสื่อสาร
- ระบบการติดตาม
คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารปฏิบัติตามกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชัน โดยจัดทำนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน โดยสื่อสารให้แก่ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับในบริษัทและต่อบุคคลภายนอก โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
1) คณะกรรมการบริษัทจัดให้มี “นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน” เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตาม รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมและปลูกฝังให้กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
2) จัดให้มีการเปิดเผยและประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนรับทราบถึงนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน และช่องทางในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน ดังนี้
- ช่องทางการร้องเรียน
ทางไปรษณีย์ (โปรดระบุว่าเป็นเอกสารลับ)
สำนักเลขานุการบริษัท
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 34 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 - ทาง E-mail
สำนักเลขานุการบริษัท : com.sec@sunvending.co.th
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ : Suvit.t@sunvending.co.th - เว็บไซต์ของบริษัท
3) กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ในจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้
- ห้ามกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน กระทำการใด ๆ อันเป็นการเรียกร้องหรือยอมรับ ซึ่งทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นที่ส่อไปในทางจูงใจให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในทางที่มิชอบหรืออาจทำให้บริษัทเสียประโยชน์อันชอบธรรม
- ห้ามกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน ให้หรือเสนอที่จะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลภายนอก เพื่อจูงใจให้บุคคลนั้นกระทำหรือละเว้นการกระทำใดที่ผิดกฎหมาย หรือโดยมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ของตน
บริษัทดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ตั้งแต่การคัดเลือกสินค้า จนถึงการกระจายสินค้าและการให้บริการในแต่ละพื้นที่ดำเนินงาน บริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการหลัก ESG เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกและบริหารคู่ค้า เพื่อเสริมสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ลดความเสี่ยง และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมีกระบวนการมีดังนี้
- คัดเลือก
- ประเมินผู้ขายหรือคู่ค้า
- กระบวนการจัดซื้อ
- กระบวนการตรวจสอบ
- การจัดจำหน่าย
บริษัทมีการประเมินผู้ขายเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือกับคู่ค้าในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้มีความเข้าใจและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านกฎหมาย สังคม และสิ่งแวดล้อม อันช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักทางธุรกิจและภาพลักษณ์ขององค์กร
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดทำขึ้นให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อกำหนดกรอบการกำกับดูแลและแนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของบริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประกอบไปด้วย 4 หัวข้อ ดังนี้
1. มาตรการขององค์กร (Organizational controls)
- การกำหนดนโยบายและโครงสร้าง: บริษัทต้องจัดทำนโยบายความมั่นคงปลอดภัยที่ชัดเจน โดยมีการตรวจสอบและปรับปรุงให้ทันสมัยทุกปีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานในการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาและการทำงานจากภายนอก
- การบริหารจัดการทรัพย์สิน: มีการกำหนดผู้รับผิดชอบทรัพย์สินทางสารสนเทศอย่างชัดเจน มีการแบ่งระดับความลับของข้อมูล และดูแลสื่อบันทึกข้อมูลอย่างเหมาะสม
- การควบคุมการเข้าถึง: กำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงและแก้ไขข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาใช้งานระบบหรือแอปพลิเคชันโดยมิชอบ
2. มาตรการด้านบุคลากร (People controls)
- ความรับผิดชอบของพนักงาน: กำหนดหน้าที่ด้านความปลอดภัยให้พนักงานและบุคคลภายนอกรับทราบ ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่างทำงาน ไปจนถึงเมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน
- บทลงโทษ: มีการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนหากมีการละเมิดกฎหรือข้อบังคับเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย
3. มาตรการทางกายภาพ (Physical controls)
- การป้องกันสถานที่และอุปกรณ์: เน้นการป้องกันไม่ให้ผู้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์สารสนเทศ เพื่อป้องกันความเสียหาย การแทรกแซงการทำงาน หรือการถูกโจรกรรมทรัพย์สินของบริษัท
4. มาตรการทางเทคโนโลยี (Technological controls)
- การป้องกันข้อมูลและระบบ: ใช้เทคนิคการเข้ารหัส (Cryptography) เพื่อรักษาความลับและป้องกันข้อมูลรั่วไหล, รวมถึงมีการสำรองข้อมูล และป้องกันมัลแวร์หรือโปรแกรมไม่ประสงค์ดี
- การตรวจสอบช่องโหว่: มีการสแกนช่องโหว่ (VA Scan) และทดสอบเจาะระบบ (Pentest) เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตี
- การสื่อสารและผู้ให้บริการภายนอก: ดูแลความปลอดภัยของเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมทั้งกำกับดูแลผู้ให้บริการภายนอก (Suppliers) ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
- การรับมือเหตุการณ์และความต่อเนื่อง: มีแผนรองรับเมื่อเกิดเหตุละเมิดความปลอดภัยเพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริการ และเตรียมความพร้อมให้อุปกรณ์สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง (Business Continuity)
- การปฏิบัติตามกฎหมาย: ตรวจสอบและปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและสัญญาอย่างสม่ำเสมอ
- ลดการร้องเรียนจากลูกค้า และเพิ่มความพึงพอใจของสินค้าและบริการให้มากขึ้นเป็น 20% ภายในปี 2570
- ขยาย และเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้า และบริการ
- ปรับปรุง และพัฒนาข้อร้องเรียนจากลูกค้า เพื่อยกระดับการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น
บริษัทให้ความสำคัญต่อการบริหารความสัมพันธ์และความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน และสอดคล้องกับความคาดหวังของลูกค้า รับฟังรับข้อคิดเห็นอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนาการดำเนินงาน ควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลลูกค้าและการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความพึงพอใจ และความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทได้จัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะจากลูกค้าผ่านหน้าตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ โดยสามารถสแกน QR Code แอดไลน์ @sunvending หรือ ติดต่อผ่าน Call Center ตามข้อมูลที่ระบุบนหน้าตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
บริษัทกำหนดแนวทางปฏิบัติด้านความโปร่งใสทางภาษี เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจอย่างยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่
- ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ครบถ้วน และถูกต้อง
- มีระบบบริหารจัดการ ตรวจสอบด้านภาษีที่ถูกต้องและชัดเจน
- เปิดเผยข้อมูลด้านภาษีอย่างเพียงพอ ถูกต้อง และครบถ้วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง