การกำกับดูแลกิจการที่ดี
คณะกรรมการบริษัทยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งคณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำ ที่ต้องกำกับดูแลให้องค์กรมีการบริหารจัดการที่ดี อันนำไปสู่การสร้างคุณค่าให้กับกิจการอย่างยั่งยืน เพื่อให้บริษัทสามารถแข่งขันได้และมีผลประกอบการที่ดีในระยะยาว ประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรม เคารพสิทธิ และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและพัฒนาหรือลดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปรับตัวได้ภายใต้ปัจจัยการเปลี่ยนแปลง
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางบริหารจัดการ

คณะกรรมการบริษัทได้จัดทำ “คู่มือหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี” และ “จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ” ให้สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (Corporate Governance Code : CG Code) ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจสำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท และคณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายให้มีการทบทวนคู่มือหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและแนวปฏิบัติเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจเกิดจากการดำเนินธุรกิจ สภาพแวดล้อม สถานการณ์หรือกฎหมาย

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้คณะกรรมการบรรษ้ทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีระเบียบวาระประจำเพื่อติดตามการปฏิบัติตามคู่มือหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและแนวปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งกำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์หลักการต่าง ๆ แสดงให้สาธารณชนรับทราบผ่านเว็บไซต์บริษัท (www.sunvending.co.th) ภายใต้หัวข้อ “การกำกับดูแลกิจการ : นโยบายการกำกับดูแลกิจการ” ทั้งนี้ “หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี” ประกอบไปด้วย

หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี 8 หลักปฏิบัติ

  • หลักปฏิบัติที่ 1 ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน
  • หลักปฏิบัติที่ 2 กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน
  • หลักปฏิบัติที่ 3 เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล
  • หลักปฏิบัติที่ 4 สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร
  • หลักปฏิบัติที่ 5 การส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
  • หลักปฏิบัติที่ 6 ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม
  • หลักปฏิบัติที่ 7 รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล
  • หลักปฏิบัติที่ 8 สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ผู้ถือหุ้น (Shareholders)
ตรวจสอบการบริหารงานเพื่อให้มีความโปร่งใส มีจริยธรรม เป็นไปตามคู่มือหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
พนักงานและผู้บริหาร
ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
คู่ค้า
ดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ ให้เป็นไปตามหลักกำกับดูแลกิจการที่ดี
ภาครัฐ
ออกกฎระเบียบ และกำกับดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย
การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“SVT”) ให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและเป็นพื้นฐานสำคัญในการบรรลุเป้าหมายขององค์กร โดยฝ่ายบริหารและพนักงานทุกระดับมีความตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
การบริหารจัดการความเสี่ยง

บริษัท ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง และเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้บริษัท ฯ สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ฝ่ายบริหารและพนักงานของบริษัทฯ มีความตระหนักถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกระบวนการบริหารความเสี่ยง เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ดังนี้

1) การกำกับดูแลกิจการและวัฒนธรรมองค์กร

คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีหน้าที่กำหนดนโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมและลดผลกระทบจากความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยั่งยืน

2) กลยุทธ์และวัตถุประสงค์

คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน วิเคราะห์บริบททางธุรกิจ กำหนดแนวทางและประเมินความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัท โดยผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทก่อนนำแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติ

3) เป้าหมายผลการดำเนินงาน

คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ติดตาม ดูแล เพื่อพิจารณาภาพรวมปัจจัยและระดับความเสี่ยงที่มีสาระสำคัญต่อการดำเนินงานและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท

4) การทบทวนและปรับปรุง

คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน พิจารณาทบทวนนโยบายและมาตรการการบริหารความเสี่ยง เป็นประจำต่อเนื่องทุกปี

5) สารสนเทศการสื่อสารและการรายงาน

คณะกรรมการบรรษัทภิบาล บริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริหารด้านความเสี่ยงเป็นประจำ รวมถึงเปิดเผยผลการดำเนินงานผ่านรายงานประจำปี

ปัจจัยความเสี่ยง

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร จึงได้มีการพิจารณาและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยสรุปประเด็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ ที่ต้องติดตามการดำเนินงานเพื่อจัดการความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด แบ่งกลุ่มความเสี่ยงออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้

1. ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ (Business Risk)

บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงปัจจัยภายนอกและภายใน ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

2. ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน ESG Risk (Environmental, Social, and Governance: ESG)

บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล อาทิ การใช้ทรัพยากรและพลังงาน การจัดการของเสียและบรรจุภัณฑ์ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG อย่างเป็นระบบเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การควบคุมภายใน

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในด้านการดำเนินงาน การเงิน และการกำกับดูแล โดยกำหนดอำนาจอนุมัติและแบ่งแยกหน้าที่อย่างชัดเจน พร้อมมอบหมายให้สำนักตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะอย่างเป็นอิสระ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้สำนักตรวจสอบภายในรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่สอบทานความเหมาะสมและประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายใน พร้อมทั้งทบทวนและกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยง รวมถึงให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าและความผิดปกติที่มีนัยสำคัญ

ระบบการควบคุมภายในของบริษัท

  1. การควบคุมภายในองค์กร
  2. การประเมินความเสี่ยง
  3. การควบคุมการปฏิบัติงาน
  4. ระบบสารสนเทศและการสื่อสาร
  5. ระบบการติดตาม
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ผู้ถือหุ้น
ติดตาม ตรวจสอบการบริหารความเสี่ยงและระบบควบคุมภายในของบริษัท
พนักงาน / ผู้บริหาร
รับผิดชอบ กำกับดูแล และปฏิบัติตามนโยบายควบคุมภายในและแนวทางบริหารความเสี่ยง
ภาครัฐ
ออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงและระบบควบคุมภายใน
การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยได้จัดทำนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางบริหารจัดการ

คณะกรรมการบริษัทกำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารปฏิบัติตามกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชัน โดยจัดทำนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน โดยสื่อสารให้แก่ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับในบริษัทและต่อบุคคลภายนอก โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

1) คณะกรรมการบริษัทจัดให้มี “นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน” เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตาม รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมและปลูกฝังให้กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

2) จัดให้มีการเปิดเผยและประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนรับทราบถึงนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน และช่องทางในการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน ดังนี้

  • ช่องทางการร้องเรียน
    ทางไปรษณีย์ (โปรดระบุว่าเป็นเอกสารลับ)
    สำนักเลขานุการบริษัท
    บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
    เลขที่ 34 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
  • ทาง E-mail
    สำนักเลขานุการบริษัท : com.sec@sunvending.co.th
    ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ : Suvit.t@sunvending.co.th
  • เว็บไซต์ของบริษัท

3) กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ในจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้

  • ห้ามกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน กระทำการใด ๆ อันเป็นการเรียกร้องหรือยอมรับ ซึ่งทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นที่ส่อไปในทางจูงใจให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในทางที่มิชอบหรืออาจทำให้บริษัทเสียประโยชน์อันชอบธรรม
  • ห้ามกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน ให้หรือเสนอที่จะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลภายนอก เพื่อจูงใจให้บุคคลนั้นกระทำหรือละเว้นการกระทำใดที่ผิดกฎหมาย หรือโดยมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ของตน
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน / ผู้บริหาร
มีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน
ภาครัฐ
กำกับ ดูแล และกำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการคอร์รัปชัน
การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“SVT”) ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรมทางธุรกิจและหลักธรรมาภิบาลที่ดี โดยยึดมั่นในความโปร่งใส เป็นธรรม รับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความร่วมมือกับคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล ควบคู่กับการเสริมสร้างขีดความสามารถในการให้แก่องค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางบริหารจัดการ

บริษัทดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ตั้งแต่การคัดเลือกสินค้า จนถึงการกระจายสินค้าและการให้บริการในแต่ละพื้นที่ดำเนินงาน บริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการหลัก ESG เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกและบริหารคู่ค้า เพื่อเสริมสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ลดความเสี่ยง และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมีกระบวนการมีดังนี้

  1. คัดเลือก
  2. ประเมินผู้ขายหรือคู่ค้า
  3. กระบวนการจัดซื้อ
  4. กระบวนการตรวจสอบ
  5. การจัดจำหน่าย

บริษัทมีการประเมินผู้ขายเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือกับคู่ค้าในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้มีความเข้าใจและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านกฎหมาย สังคม และสิ่งแวดล้อม อันช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักทางธุรกิจและภาพลักษณ์ขององค์กร

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน / ผู้บริหาร
ดำเนินงานตามกระบวนการห่วงโซ่อุปทานอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
คู่ค้า
ปฏิบัติตามข้อตกลง และแนวปฏิบัติทางจริยธรรมสำหรับคู่ค้า
ภาครัฐ
กำกับ ดูแล และกำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ความปลอดภัยของข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ในยุคที่ข้อมูลมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ความมั่นคงปลอดภัยด้านข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศถือเป็นพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“SVT”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลและความปลอดภัยของระบบสารสนเทศอย่างรอบด้าน เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงสนับสนุนความต่อเนื่องและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความสงบสุข ยุติธรรมและสถาบันที่เข้มแข็ง
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางบริหารจัดการ

นโยบายความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดทำขึ้นให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อกำหนดกรอบการกำกับดูแลและแนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของบริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประกอบไปด้วย 4 หัวข้อ ดังนี้

1. มาตรการขององค์กร (Organizational controls)

  • การกำหนดนโยบายและโครงสร้าง: บริษัทต้องจัดทำนโยบายความมั่นคงปลอดภัยที่ชัดเจน โดยมีการตรวจสอบและปรับปรุงให้ทันสมัยทุกปีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานในการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาและการทำงานจากภายนอก
  • การบริหารจัดการทรัพย์สิน: มีการกำหนดผู้รับผิดชอบทรัพย์สินทางสารสนเทศอย่างชัดเจน มีการแบ่งระดับความลับของข้อมูล และดูแลสื่อบันทึกข้อมูลอย่างเหมาะสม
  • การควบคุมการเข้าถึง: กำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงและแก้ไขข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาใช้งานระบบหรือแอปพลิเคชันโดยมิชอบ

2. มาตรการด้านบุคลากร (People controls)

  • ความรับผิดชอบของพนักงาน: กำหนดหน้าที่ด้านความปลอดภัยให้พนักงานและบุคคลภายนอกรับทราบ ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่างทำงาน ไปจนถึงเมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน
  • บทลงโทษ: มีการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนหากมีการละเมิดกฎหรือข้อบังคับเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย

3. มาตรการทางกายภาพ (Physical controls)

  • การป้องกันสถานที่และอุปกรณ์: เน้นการป้องกันไม่ให้ผู้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์สารสนเทศ เพื่อป้องกันความเสียหาย การแทรกแซงการทำงาน หรือการถูกโจรกรรมทรัพย์สินของบริษัท

4. มาตรการทางเทคโนโลยี (Technological controls)

  • การป้องกันข้อมูลและระบบ: ใช้เทคนิคการเข้ารหัส (Cryptography) เพื่อรักษาความลับและป้องกันข้อมูลรั่วไหล, รวมถึงมีการสำรองข้อมูล และป้องกันมัลแวร์หรือโปรแกรมไม่ประสงค์ดี
  • การตรวจสอบช่องโหว่: มีการสแกนช่องโหว่ (VA Scan) และทดสอบเจาะระบบ (Pentest) เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตี
  • การสื่อสารและผู้ให้บริการภายนอก: ดูแลความปลอดภัยของเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมทั้งกำกับดูแลผู้ให้บริการภายนอก (Suppliers) ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
  • การรับมือเหตุการณ์และความต่อเนื่อง: มีแผนรองรับเมื่อเกิดเหตุละเมิดความปลอดภัยเพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริการ และเตรียมความพร้อมให้อุปกรณ์สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง (Business Continuity)
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย: ตรวจสอบและปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและสัญญาอย่างสม่ำเสมอ
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน / ผู้บริหาร
ปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยของข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศที่บริษัทกำหนดอย่างเคร่งครัด
ผู้ถือหุ้น
ได้รับความคุ้มครองความปลอดภัยของระบบและความโปร่งใสด้านการจัดการข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ
คู่ค้า
ได้รับความคุ้มครองความปลอดภัยของระบบและความโปร่งใสด้านการจัดการข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ
ภาครัฐ
กำกับ ดูแล และกำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ
การบริหารความสัมพันธ์และความรับผิดชอบต่อลูกค้า
บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดยมุ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และตรงตามความคาดหวัง พร้อมทั้งเปิดรับข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของลูกค้าในระยะยาว
เป้าหมาย
  • ลดการร้องเรียนจากลูกค้า และเพิ่มความพึงพอใจของสินค้าและบริการให้มากขึ้นเป็น 20% ภายในปี 2570
กลยุทธ์
  • ขยาย และเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้า และบริการ
  • ปรับปรุง และพัฒนาข้อร้องเรียนจากลูกค้า เพื่อยกระดับการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางบริหารจัดการ

บริษัทให้ความสำคัญต่อการบริหารความสัมพันธ์และความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน และสอดคล้องกับความคาดหวังของลูกค้า รับฟังรับข้อคิดเห็นอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนาการดำเนินงาน ควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลลูกค้าและการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความพึงพอใจ และความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะจากลูกค้าผ่านหน้าตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ โดยสามารถสแกน QR Code แอดไลน์ @sunvending หรือ ติดต่อผ่าน Call Center ตามข้อมูลที่ระบุบนหน้าตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
ลูกค้า / ผู้บริโภค
  • ได้รับสินค้า และบริการที่มีคุณภาพจากบริษัท
  • เสนอแนะ เกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัท
พนักงาน / ผู้บริหาร
จัดการข้อเสนอแนะหรือข้อร้องเรียน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คู่ค้า
บริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้าเพื่อสามารถส่งต่อสินค้า และบริการให้แก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาครัฐ
กำกับดูแลด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อลูกค้าให้เป็นไปตามข้อกำหนด
นโยบายบริหารความโปร่งใสทางด้านภาษี
บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“SVT”) มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสด้านภาษี โดยปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอย่างเคร่งครัด เป็นธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาค
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางบริหารจัดการ

บริษัทกำหนดแนวทางปฏิบัติด้านความโปร่งใสทางภาษี เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจอย่างยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่

  1. ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ครบถ้วน และถูกต้อง
  2. มีระบบบริหารจัดการ ตรวจสอบด้านภาษีที่ถูกต้องและชัดเจน
  3. เปิดเผยข้อมูลด้านภาษีอย่างเพียงพอ ถูกต้อง และครบถ้วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
พนักงาน / ผู้บริหาร
ปฏิบัติ และดำเนินงานตามนโยบายและกฎระเบียบทางด้านภาษี
ผู้ถือหุ้น
ติดตาม ตรวจสอบ และรับข้อมูลทางด้านภาษีของบริษัท
ภาครัฐ
กำกับดูแล ตรวจสอบ และออกกฎระเบียบเกี่ยวด้านภาษี